The Core-Based Sessions
Seeing from the Core

ดำเนินกระบวนการโดย Jan Laman
เมื่อการรับรู้กลับมาอยู่ที่
The Core of Consciousness — ใจกลางดวงจิตบริสุทธิ์
ซึ่งไม่เคยแยกจาก Source
ต้นทางของการรับรู้แบบ Pure Consciousness
ที่มีสภาวะ กระจ่างใส โปร่ง และ เบา
เหมือน blank canvas — ผืนผ้าใบว่างเปล่า
ก่อนที่สำนึกรู้จะเติมแต่ง ความคิด ความจำ อารมณ์ หรือความหมายทับลงมา
จนกลายเป็นภาพตัวตน และเรื่องราวชีวิตที่คุ้นเคย
จากจุดตั้งต้นนี้
ผู้เรียนจะเริ่มเห็นว่า
สิ่งที่เราคุ้นว่าเป็น “ชีวิตของฉัน”
คือชั้นเปลือกที่เกิดจากการทำงานของระบบ
ไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริง
เมื่อการรับรู้กลับมาอยู่ที่ Core
ชั้นเปลือกเหล่านี้จะค่อย ๆ ร่อนออกเอง
ตามธรรมชาติของระบบภายใน
โดยไม่ต้องบังคับหรือปรับสภาวะใด ๆ
1. มุมมองจาก Core
เมื่อการรับรู้กลับมาอยู่ที่ Core
สภาวะของ Pure Consciousness
ทำให้การมองเห็นเกิดขึ้นจากความใสและเป็นกลาง
การรับรู้เริ่มเห็นตามความเป็นจริง
ทั้งที่มา ที่ไป
และโครงสร้างที่ประกอบเป็นเรื่องราวของตัวตน
เมื่อโครงสร้างทั้งหมดปรากฏอย่างกระจ่างชัด
สำนึกรู้จะเริ่มเห็นว่า
สิ่งที่เคยเชื่อว่าเป็น “ฉัน”
ส่วนมากคือ ชั้นเปลือก
ที่เกิดจากการแต่งเติมของสำนึกรู้
ไม่ใช่แก่นแท้ของตัวเอง
ความคุ้นเดิมในการนิยามตัวเอง
ความคาดหวังที่ต้องเป็น
ภาพจำของ “ฉันเป็นแบบนี้”
และเรื่องราวที่เล่าซ้ำภายใน
ทั้งหมดเริ่มแยกออกเป็น ชั้นประกอบ
และเมื่อการรับรู้เห็นสิ่งเหล่านี้ตามความเป็นจริง
ชั้นเปลือกเหล่านี้จะค่อย ๆ ร่อนออกเอง
อย่างเป็นธรรมชาติ
2. กลไก: Core - สำนึกรู้ - เปลือก
1. กลไกการสร้างสรรค์ (กฎธรรมชาติ)
เป็น การส่งเหตุ–รับผล ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติของระบบ
เมื่อรูปแบบบางอย่างปรากฏขึ้นเป็นประจำ
สำนึกรู้จะ “จดจำ” ความถี่นั้น
และประกอบเป็น ชั้นเปลือก
ที่ถูกบันทึกซ้ำในระบบจนก่อเป็นวงจรภายใน
2. กลไกสำนึกรู้
สำนึกรู้ประกอบเรื่องราว ความจำ และความหมาย
กลายเป็น สีสัน ที่ทับลงบนแก่น
และก่อเป็นชั้นประกอบของตัวตน
3. กลไกพลังงานของ Energy Anatomy
ระบบภายในของมนุษย์
มีระบบประมวลผลภายในของการรับรู้ เป็นของตัวเอง
เมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมหนึ่งนานพอ
การรับรู้จะเรียงตัวตามสิ่งที่ได้รับเป็นประจำ
และสำนึกรู้ประกอบสิ่งนี้ขึ้นมาเป็น
ชั้นเปลือกเชิงการรับรู้
ที่เกิดจากความคุ้นเคยภายในที่รับจากประสบการณ์เดิม
4. กลไกร่างกาย
ระบบประสาท–คลื่นสมอง–ฮอร์โมนและเคมีภายใน
บันทึกวิธีตอบสนองที่รับเป็นประจำ
จนกลายเป็นชั้นประกอบในระดับร่างกาย
และทั้งหมดนี้สัมพันธ์กันเป็นหนึ่งเดียว
สร้างเป็นประสบการณ์ที่เราเรียกว่า “ชีวิตจริง”
3. การเคลื่อนของสำนึกรู้
ปล่อย – ถอย – ลอยตัว – แนบเนียนกับ Core
ปล่อย — รู้ตัวว่ากำลังจม และเลือกไม่เกาะ
ถอย — ถอยออกมาเพื่อเห็นโครงเรื่องราวตามความเป็นจริง ถอดความเป็นขั้ว
ลอยตัว — ไม่ถูกดูดกลับเข้าไปในเรื่องราว
แนบเนียนกับ Core — การรับรู้กลับมาอยู่ในตำแหน่งกลาง
เมื่อสำนึกรู้รู้ตัวและเลือกปล่อย
ออกจากภาพตัวตนคุ้นเดิม
การคลายตัวจะเกิดขึ้น
ตามกลไกปกติของสำนึกรู้
เมื่อไม่มีการเติม momentum ลงไปในเรื่องราว
ไม่บังคับสภาวะ ไม่ผลัก ไม่ดัน
แต่ให้ ความกระจ่างใสของการเห็นตามความเป็นจริง
เป็นตัวทำให้ชั้นเปลือกคลายตัวเอง
เมื่อเห็นตามความเป็นจริง
ทั้งที่มา ที่ไป และโครงสร้าง
ที่ประกอบเป็น “ตัวตน”
การรับรู้จะเริ่มแยกชัดว่า
Core คือ…
ตัวตนที่แท้จริงที่เปลือยเปล่า
การมองใส ๆ แบบไม่ใส่แว่นเลย
เปลือก คือ…
แว่น / เสื้อผ้า เช่น
– อารมณ์และการตอบสนอง
– ความหมายและเรื่องราว
– ภาพจำและความจำ
– บทบาทที่เรียนรู้มา
– แพทเทิร์นครอบครัวและความคาดหวัง
– ชุดความคิดและมุมมองโลก
– รูปแบบการทำงานของระบบประสาท–ร่างกาย
เมื่อการแยกนี้เกิดขึ้นอย่างกระจ่างใส
สำนึกรู้จะไม่ยึดว่า “เปลือกคือเรา” อีกต่อไป
และเพราะการยึดถือหมดไป
ชั้นเปลือกที่เคยทับซ้อน
จึงค่อย ๆ ร่อนออกเองตามธรรมชาติ
เหมือนถอดเลนส์สีและโครงแว่นออก
หรือถอดเสื้อผ้าแต่ละชั้น
จนกลับมาอยู่ที่ Core
4. ชั้นรากของการรับรู้
เป็นโครงสร้างที่สำนึกรู้ใช้ประกอบ
ภาพตัวตนและประสบการณ์ชีวิต
ชั้นเหล่านี้ ไม่ใช่ลำดับของปัญหา
และไม่ใช่ขั้นตอนของการแก้ไข
แต่เป็นพื้นที่ของการเห็น
ซึ่งการคลายตัวเกิดขึ้น
โดยไม่ซ้อนการตีความ
แต่ละชั้นราก
มีพื้นที่ของการทำงานเฉพาะ
7 ชั้นรากของการรับรู้ ได้แก่
— Identity & Core —
-
Oneness: Returning to the Core
ชั้นภาพตัวตน (Identity Structure) -
Origin Identity
ชั้นต้นกำเนิดอัตลักษณ์
— Time & Memory —
-
Time-bound Memory
ชั้นความจำเชิงเวลา (Temporal Memory)
-
Inherited Memory
ชั้นความจำที่ระบบรับช่วงมาจากครอบครัวและสายสัมพันธ์
— Conditioning & Survival —
-
Early Conditioning
ชั้นรูปแบบการเอาตัวรอดอัตโนมัติ (Survival Patterns)
— Energetic Field —
-
Energetic Resonance with Gaia
ชั้นพลังชีวิตและโครงสร้างพลังงาน
— Value & Meaning —
-
True Wealth
ชั้นความหมายเกี่ยวกับคุณค่าและความมั่งคั่ง
การจัดวางนี้ ไม่ใช่ลำดับของการเรียน
และไม่ใช่เส้นทางการพัฒนา
แต่เป็น แผนที่เชิงโครงสร้างของการรับรู้
ซึ่งแต่ละชั้นทำงานสัมพันธ์กัน
ในตำแหน่งการรับรู้ที่ Core
5. Ecosystem:
The Core-Based Living
Ecosystem นี้ทำหน้าที่
ให้ การ Embody ความเป็น Core
เป็นสิ่งที่ทำได้อย่างต่อเนื่องในชีวิตจริง
โดยเชื่อม 4 กลไกสำคัญ เข้าด้วยกันอย่างเป็นธรรมชาติ
1) Live Series: “Energy is Everything”
(Free Online Class — 33 ตอน)
ซีรีส์นี้ช่วยปรับฐานการรับรู้
ให้เห็นความเชื่อมโยงของ 4 กลไก:
– กลไกการสร้างสรรค์
– กลไกของสำนึกรู้
– กลไกพลังงานของ Energy Anatomy
– กลไกของร่างกาย
พร้อมทั้งเห็นว่า“ชั้นเปลือกด้านนอก” ถูกประกอบขึ้นอย่างไร
และสังเกตการเคลื่อนของสิ่งเหล่านี้ ในชีวิตประจำวัน
เมื่อคุ้นกับการมองเห็นชีวิต ผ่านพื้นฐานนี้
จะเริ่มร่อนชั้นเปลือกบางๆ ได้ด้วยตัวเอง
และสำนึกรู้จะ ปล่อย – ถอย – ลอยตัว – แนบเนียนที่ Core ได้ง่ายขึ้น
2) Guided Meditation (Free)
ฝึกการใช้จินตนาการ เพื่อย้ายสำนึกรู้ออกจากภาวะจมความคิด
ช่วยให้
– คลื่นสมองยืดหยุ่น
– ระบบประสาทผ่อนคลาย
– สำนึกรู้คลายจากชั้นเปลือกง่ายขึ้น
– การรับรู้กลับมาแนบที่ Core อย่างเป็นธรรมชาติได้ง่าย
การฝึกต่อเนื่อง 7 วันขึ้นไป
ช่วยให้ The Core-Based Sessions
เปิดชั้นด้านในได้ลึกขึ้น
3) The Core-Based Sessions – Seeing from the Core
การทำงานในส่วนนี้
.
เป็นพื้นที่ให้การรับรู้ได้ทำงานกับชั้นลึก 7 ด้าน
ผ่านการเคลื่อนของสำนึกรู้
ที่กลับมาแนบเนียนกับ The Core of Consciousness
ในจังหวะที่ระบบภายในของแต่ละคนพร้อม
พื้นที่การทำงานนี้
เปิดให้การรับรู้ได้เห็นชั้นรากด้านใน
ที่ปกติไม่ปรากฏให้เห็นจากผิวของประสบการณ์
โดยไม่จัดวางเป็นลำดับ
เมื่อการรับรู้เห็นตามความเป็นจริง จาก Core
ชั้นลึกเหล่านั้นจะค่อย ๆ
หลุด–ร่อน–ถอดขั้วออกเอง
ตามจังหวะธรรมชาติของการทำงานภายใน
โดยไม่ต้องบังคับสภาวะใด ๆ
Ecosystem นี้
สนับสนุนให้สามารถดูแลระบบชีวิตด้วยตัวเอง
คืนกลับสู่สมดุลตามธรรมชาติ
และ ให้การรับรู้จาก Core
ถูก embody อยู่ในชีวิตประจำวัน
6. พื้นฐานของการทำงาน
ใน Session
การทำงานในแต่ละ Session ตั้งอยู่บนฐานดังต่อไปนี้:
.
1) Energy is Everything — Season 1
ซึ่งปรับฐานความเข้าใจของ 4 กลไก
และเห็นการประกอบของชั้นเปลือก
จากมุมมองที่เป็นกลาง
2) Guided Meditation
การทำสมาธิอย่างต่อเนื่อง
เพื่อให้ระบบภายในค่อย ๆ ปรับตัว
และรองรับกระบวนการของ Session
7. การทำงานในแต่ละ Session
Session แต่ละครั้ง
เป็นพื้นที่ให้การรับรู้ได้ทำงานกับประเด็น
หรือชั้นรากที่ปรากฏในขณะนั้น
ตามจังหวะของระบบภายในของแต่ละคน
โดยไม่มีข้อกำหนดว่าต้องครบ
หรือจำเป็นต้องเข้าต่อเนื่อง
รูปแบบของ Session
-
พบกันสดผ่าน Zoom
-
กลุ่มขนาดเล็ก ไม่เกิน 5 คน
-
มีบันทึกเฉพาะช่วงการเดินทางภายใน
เพื่อให้สามารถกลับไปอยู่กับกระบวนการของตัวเองได้
Session นี้
ไม่ได้ทำหน้าที่ “พาไปถึงจุดหมาย”
และไม่ได้ออกแบบเพื่อสร้างความคืบหน้า
แต่เป็นพื้นที่ให้การรับรู้
เห็นและคลายตัวตามความเป็นจริง
ในช่วงเวลานั้น ๆ
ค่าเข้าร่วม:
-
1 Session : 1,590 บาท
ขอบเขตการเข้าร่วม:
1) การเข้าร่วม Session
ต้องลงทะเบียนภายในวันจันทร์ เวลา 20.00 น.
2) การเข้าร่วม Session
เป็นการนัดหมายพื้นที่การทำงานเฉพาะช่วงเวลา
หากไม่สามารถเข้าร่วมตามกำหนด
สามารถแจ้งล่วงหน้าภายในเวลาก่อนเที่ยง ของวันอังคารที่จัด session นั้น
เพื่อเลื่อนไปรอบถัดไป
หรือเปลี่ยนหัวข้อได้ 1 ครั้ง
โดยไม่มีการคืนเงิน
การเข้าร่วม
เกิดขึ้นเมื่อระบบภายในพร้อม







